Pages

Showing posts with label เงื่อนไข. Show all posts
Showing posts with label เงื่อนไข. Show all posts

Monday, September 28, 2020

ชงเพิ่มเงื่อนไขพักภูเก็ต 1 เดือน หลังจีนขอเข้าประเทศ - ข่าวไทยพีบีเอส

sandratersandra.blogspot.com

จังหวัดภูเก็ตจัดประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวหากเปิดประเทศ โดยเพิ่มเงื่อนไขให้พักในภูเก็ตนาน 1 เดือน หลังกักตัว14 วัน เพื่อให้มีเงินสะพัด เบื้องต้นมีนักท่องเที่ยวจากจีน ในมณฑลกวางโจวติดต่อขอเข้าภูเก็ตแล้ว

นายอมร อินทรเจริญ ประธานกรรมการบริหาร ภูเก็ตเพิร์ลกรุ๊ป ยอมรับว่ามีความกังวลอยู่บ้างกับการรับนักท่องเที่ยวเข้ามา ซึ่งสิ่งที่จังหวัดต้องดำเนินการ ไม่ใช่เเค่ขั้นตอนการกักตัว แต่จะต้องมีแผนการรับมือและซักซ้อมให้ชาวภูเก็ตมั่นใจว่า เมื่อพบผู้ที่ติดโควิด ทางจังหวัดจะดำเนินการอย่างไร

ทำอย่างไรให้ทุกคนอยู่อาศัยอย่างไม่กระทบกระเทือน เพราะเคยเห็นภาพล็อกตำบลแล้วเกิดความกังวล ตอนนี้เราข้ามช็อตจะรับไม่รับนักท่องเที่ยวไปแล้ว มากังวลเรื่องการป้องกัน ซักซ้อม และแผนรองรับ

ขณะที่นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต มีมติเตรียมความพร้อมและกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม หากจะชเปิดให้นักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเดินทางเข้ามาในจังหวัด เช่น กลุ่ม Second Home กลุ่ม Long Stay กลุ่ม Special Tourist Visa หลังจากกักตัว 14 วันแล้ว จะต้องเที่ยวในภูเก็ตต่ออีก 30 วัน เพื่อให้มีเงินสะพัดและฟื้นฟูเศรษฐกิจใน จ.ภูเก็ต

ขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน มณฑลกวางโจว แจ้งว่าต้องการจะเดินทางเข้ามาในภูเก็ตเพื่อพักอาศัย แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาจาก ศบค. ว่าจะเปิดประเทศได้หรือไม่ ส่วนทางจังหวัดภูเก็ตได้เตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการควบคุม COVID-19 ตั้งแต่สนามบิน ซึ่งการท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ตติดตั้งแลปคอนเทนเนอร์ ที่อาคาร Terminal X ตรวจหาเชื้อ COVID-19 หากไม่พบเชื้อจึงจะให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสถานที่กักตัวทางเลือกในต่างจังหวัด (ALQ) ที่ทางโรงแรมต้องมารองรับที่สนามบิน พร้อมกับโหลดแอปพลิเคชันติดตามตัว AOT รวมถึงทางจังหวัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาว่าจะต้องติดตั้งแอปฯ COSTE ด้วยหรือไม่ เพื่อให้สามารถติดตามตัว พร้อมกับประสานฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบโรงแรม ALQ ป้องกันหลบหนีออกจากที่พักตามกฎหมาย ขณะที่บางโรงแรมจะติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเพื่อแจ้งเตือนหากออกจากนอกห้องพัก

ส่วนกรณีพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 นายพิเชษฐ์ ยืนยันว่า มีหน่วยทีมแพทย์ กำลังทหารจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินจังหวัดภูเก็ต หรือ Emergency Operation Center: EOC ที่จะเร่งค้นหาและตามรอยพื้นที่ผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งทางจังหวัดได้ซักซ้อมแผนมาตลอด เพื่อวางมาตรการควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 29, 2020 at 07:18AM
https://ift.tt/3idDRdw

ชงเพิ่มเงื่อนไขพักภูเก็ต 1 เดือน หลังจีนขอเข้าประเทศ - ข่าวไทยพีบีเอส
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Sunday, September 27, 2020

ตามเงื่อนไข!เผยแมนยูจ่ายให้สปอร์ติ้งเพิ่มเท่าไหร่ดีลบรูโน่ - สยามกีฬา

sandratersandra.blogspot.com
ตามเงื่อนไข!เผยแมนยูจ่ายให้สปอร์ติ้งเพิ่มเท่าไหร่ดีลบรูโน่

เร็คคอร์ด สื่อของโปรตุเกส ระบุ หลังจากที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดล่าสุด มันก็ทำให้ "ปีศาจแดง" ต้องจ่ายค่าตัวของเขาให้ สปอร์ติ้ง เพิ่มอีก 5 ล้านยูโร เพราะมันตรงตามเงื่อนไขที่เขาลงเล่นให้ทีมครบ 25 นัด ทำให้จนถึงตอนนี้ทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เสียเงินในดีลนี้ไปแล้วรวม 63 ล้านยูโร

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จำเป็นต้องจ่ายเงินให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เพิ่มอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) ตามเงื่อนไขที่ทำเอาไว้ในดีลการดึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาร่วมทัพ หลังจากที่แข้งชาวโปรตุกีสลงเล่นให้ทีมครบ 25 เกมในทุกรายการตามที่กำหนดเอาไว้ ตามการเปิดเผยของ เร็คคอร์ด สื่อของประเทศโปรตุเกส

    "ปีศาจแดง" คว้าตัว บรูโน่ มาร่วมทัพเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาด้วยข้อเสนอที่พวกเขาจ่ายเงินในเบื้องต้นไป 55 ล้านยูโร (ประมาณ 2,035 ล้านบาท) และมันมีโอกาสที่จะเพิ่มสูงสุดเป็น 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,960 ล้านบาท) ถ้าหากแข้งวัย 26 ปีทำผลงานได้ตรงตามทุกเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้

    ทั้งนึ้ นัดที่ 25 ของ บรูโน่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือเกมที่เขาช่วยให้ทีมบุกไปชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งถ้าหากนับรวม 5 ล้านยูโรจากเงื่อนไขล่าสุดนั้น มันก็หมายความว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เสียเงินในดีลของ บรูโน่ ไปแล้วรวม 63 ล้านยูโร (ประมาณ 2,331 ล้านบาท) เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยจ่ายเงินให้ สปอร์ติ้ง เพิ่ม 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท) ไปแล้ว จากการที่ บรูโน่ ช่วยให้ทีมจบเป็นที่ 3 ในลีกเมื่อซีซั่นก่อนจนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สิทธิ์เล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร
Add friend ที่ @Siamsport
เพิ่มเพื่อน

Getty Images

[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 28, 2020 at 09:42AM
https://ift.tt/33XBCpC

ตามเงื่อนไข!เผยแมนยูจ่ายให้สปอร์ติ้งเพิ่มเท่าไหร่ดีลบรูโน่ - สยามกีฬา
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Friday, September 25, 2020

อาอูอาร์ตกลงเงื่อนไขย้ายไปปืนใหญ่ - เดลีนีวส์

sandratersandra.blogspot.com
"เทเลฟุต" สื่อดังของฝรั่งเศส รายงานว่า ฮุสเซม อาอูอาร์ มิดฟิลด์จอมเทคนิคของ "โอแอล" โอลิมปิก ลียง ตกลงรายละเอียดส่วนตัวที่จะย้ายไป "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังเหลือขั้นตอนที่ทั้งสองสโมสรต้องตกลงค่าตัวกันให้ได้เสียก่อน โดยเชื่อว่า อาร์เซนอล ได้ยื่นข้อเสนอราว 35-40 ล้านยูโร (ราว 1,225-1,400 ล้านบาท) แต่ ลียง ต้องการ 60 ล้านยูโร (ราว 2,100 ล้านบาท)

อาอูอาร์ เป็นข่าวกับอาร์เซนอล มาหลายสัปดาห์แล้ว ขณะที่ ยูเวนตุส, บาร์เซโลนา และ แมนฯ ซิตี ก็สนใจเช่นกัน แต่ยังไม่ทีมไหนยื่นข้อเสนอจริงจังนอกจาก อาร์เซนอล ในฤดูกาลที่ผ่านมาตัวรุกวัย 22 ปี ทำไป 9 ประตู 10 แอสซิสต์จาก 41 นัดในทุกรายการ

ขณะเดียวกัน "เดลี มิร์เรอร์" ระบุว่า "สิงห์สำอาง" เชลซี อาจตัดสินใจปล่อย จอร์จินโญ ให้กับ อาร์เซนอล หากว่าพวกเขาสามารถซื้อ เดแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ทีมชาติอังกฤษของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 26, 2020 at 10:23AM
https://ift.tt/3kRUDAC

อาอูอาร์ตกลงเงื่อนไขย้ายไปปืนใหญ่ - เดลีนีวส์
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Monday, September 21, 2020

ลุ้น! แจกเงิน 3000 บาทเข้าครม.วันนี้ เช็คเงื่อนไขที่นี่ก่อนลงทะเบียน 16 ต.ค. - thebangkokinsight.com

sandratersandra.blogspot.com

แจกเงิน 3000 บาท มาแน่! “กระทรวงการคลัง” จ่อชงมาตรการ “คนละครึ่ง” เข้าครม.วันนี้ เช็คเงื่อนไขที่นี่ ก่อนเปิดลงทะเบียนจริง 16 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ผ่าน WWW.คนละครึ่ง.com

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 กันยายนนี้ สศค. จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ประกอบด้วย โครงการคนละครึ่ง แจกเงิน 3000 บาท ให้ประชาชนทั่วไป 10 ล้านคน และโครงการเพิ่มวงเงินซื้อของกินของใช้ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการ จำนวน 14 ล้านคน จาก 200 – 300 บาท เป็นคนละ 700-800 บาท หรือเพิ่มให้ 500 บาทต่อคน เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2563 หรือคนละ 1,500 บาทต่อคน

ทั้งนี้ มาตรการที่จะเสนอ ครม. พิจารณานั้น จะใช้วงเงินดำเนินการ 5.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคของประเทศในไตรมาสสุดท้ายของปีให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และเป็นการช่วยเหลือคนให้มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นถึง 24 ล้านคน

แจกเงิน 3000

โดยรัฐบาลจะเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ซึ่งจะต้องเป็นร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย เน้นร้านของกินหรือซื้อของใช้นิดหน่อยตามโชห่วยหรือร้านธงฟ้า ส่วนร้านค้าขนาดใหญ่ที่เป็นนิติบุคคล ร้านสะดวกซื้อ รัฐไม่เปิดให้เข้าร่วมโครงการ และในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00-23.00 น. จะเปิดให้ประชาชน ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จองสิทธิผ่าน WWW.คนละครึ่ง.com โดยระบบจะเปิดรับต่อเนื่อง 10 ล้านคน หากวันแรกไม่เต็มก็จะเปิดรับวันต่อ ๆ ไปจนเต็มตามจำนวน

ทั้งนี้ หลังลงทะเบียนแล้วภายใน 2 วัน ผู้ลงทะเบียนจะได้รับข้อความ SMS แจ้งว่าผ่านการพิจารณาหรือไม่ ผู้ที่ผ่านก็ให้โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งรัฐบาลจะโอนวงเงิน 3,000 บาท ให้กับผู้ได้สิทธิ เพื่อนำไปซื้อของกินของใช้จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งร้านค้าจะมีแอปพลิเคชันถุงเงิน โดยผู้ได้สิทธิก็ต้องโอนเงินส่วนที่จะซื้อของเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตังของตัวเองด้วย เพราะมาตรการนี้เป็นการร่วมจ่ายกันคนละครึ่ง

สำหรับผู้ได้สิทธิเริ่มใช้จ่ายในโครงการได้ในวันที่ 23 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยรัฐบาลกำหนดช่วยจ่ายค่าซื้อสินค้าวันละไม่เกิน 100 บาท หรือ ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งการไปซื้อสินค้าจะต้องจ่ายเงินผ่าน แอปพลิเคชันเป๋าตังเท่านั้น โดยนำแอปพลิเคชันเป๋าตังไปสแกนกับแอปพลิเคชันถุงเงินของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

“ระบบการลงทะเบียนและการใช้เงิน จะทำได้เวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน เพราะระบบต้องหยุดเพื่อประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะการจ่ายเงินให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต่อไป โดยโครงนี้ผู้ได้สิทธิต้องจ่ายเงินชำระสินค้าผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังซึ่งผู้ได้สิทธิก็ต้องเตรียมเงินไว้ให้เพียงพอกับซื้อสินค้าด้วย ไม่สามาระชำระเป็นเงินสด เพื่อป้องกันการทุจริต” นายลวรณ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิแล้ว จะต้องเริ่มใช้เงินภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS หากไม่ใช้เงินระบบจะตัดชื่อออก เพื่อให้คนอื่นเข้ามาจองสิทธิ์ใหม่ โดยผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ก็ยังสามารถมาลงทะเบียนใหม่ โดยโครงการนี้ต้องการให้เกิดการใช้จ่ายจริงๆ ไม่ต้องการให้มีการของกักสิทธิของผู้อื่นที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ

สำหรับการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการโดยให้วงเงินซื้อสินค้าเพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท จากที่ได้รับเดือนละ 200 กับ 300 บาท ก็จะได้รับเดือนละ 700 บาท กับ 800 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2563 หรือเท่ากับได้เงินเพิ่มอีก 1,500 บาท เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าคนกลุ่มนี้เข้าถึงเทคโนโลยีลำบาก ทำให้ไม่สะดวกที่จะไปจองสิทธิรับเงิน 3,000 บาท จึงให้ความช่วยแยกออก เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายลวรณ กล่าวกับ TNN ช่อง 16 ก่อนหน้านี้ว่า มาตรการดังกล่าวต้องการให้เกิดการเพิ่มกำลังซื้อในส่วนของเครื่องอุปโภค บริโภค ร้านอาหาร ร้านขนาดเล็กในชุมชนต่างๆ ร้านโชว์ห่วย จะไม่มีร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้เม็ดเงินกระจายสู่ร้านค้าผู้ประกอบการขนาดเล็ก

ส่วนการที่บางคนไม่มีโทรศัพท์ หรือ ไม่สามารถโหลดแอปฯ มาได้นั้น ยอมรับว่า เป็นข้อจำกัด แต่ถ้าอยากให้โครงการนี้ตอบโจทย์ว่าเม็ดเงินลงไปสู่ผู้ประกอบการขนาดเล็กจริงๆ จึงต้องขอใช้ระบบ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” เพราะไม่เช่นนั้น จะไม่สามารถกำหนดได้เลย สมมติให้เป็นเงินสด รัฐบาลจะไม่สามารถกำหนดได้เลยว่า การใช้จ่ายจะลงไปที่กลุ่มคนกลุ่มไหน และร้านค้าประเภทไหน ซึ่งการดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่นสามารถตรวจสอบได้ และ กำหนดได้ว่าผู้รับเป็นร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น

กรณีที่มีคนสนใจร่วมโครงการ แจกเงิน 3000 บาท มากกว่า 10 ล้านคน จะขยายสิทธิ์หรือไม่นั้น เชื่อว่า รัฐบาลจะพร้อมพิจารณาถ้าโครงการนี้จะได้รับความนิยมจากประชาชน ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 22, 2020 at 08:24AM
https://ift.tt/3kCFjYz

ลุ้น! แจกเงิน 3000 บาทเข้าครม.วันนี้ เช็คเงื่อนไขที่นี่ก่อนลงทะเบียน 16 ต.ค. - thebangkokinsight.com
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

'ไบต์แดนซ์'เปิดเงื่อนไขขายติ๊กต็อกในสหรัฐ - กรุงเทพธุรกิจ

sandratersandra.blogspot.com

22 กันยายน 2563

17

บริษัทไบต์แดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแอพพลิเคชันติ๊กต็อก เปิดเผยเงื่อนไขการขายกิจการในสหรัฐ ด้วยการยืนยันว่า บริษัทจะไม่ถ่ายโอนอัลกอรึทึมและเทคโนโลยีให้กับบริษัทออราเคิล

ไบต์แดนซ์ ระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ออกมาวานนี้ (21ก.ย.)ว่า “ข้อตกลงที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่รวมถึงการถ่ายโอนอัลกอริทึมและเทคโนโลยีต่างๆ และออราเคิลจะมีอำนาจในการตรวจสอบซอร์สโค้ดของติ๊กต็อกในสหรัฐ”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ ไบต์แดนซ์ ได้รับการอนุมัติเบื้องต้นสำหรับการทำข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐเพื่อขายธุรกิจให้กับนักลงทุนอเมริกัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอนุมัติข้อตกลงขายกิจการติ๊กต็อกในสหรัฐให้กับบริษัทออราเคิล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(19ก.ย.) โดยข้อตกลงดังกล่าวจะมีออราเคิลและวอลมาร์ทร่วมลงทุนในธุรกิจติ๊กต็อก โกลบอล ที่ก่อตั้งขึ้นใหม่

ติ๊กต็อก โกลบอล จะเปิดเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในอีกไม่ถึง 12 เดือนข้างหน้านี้ และจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ

แถลงการณ์ของไบต์แดนซ์ ยังระบุถึงสัดส่วนการถือหุ้นของตัวเองในติ๊กต็อก โกลบอล ไว้ที่ 80% ออราเคิล 12.5% และวอลมาร์ต 7.5% พร้อมทั้งยืนยันว่า รายงานที่ออกมาตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าอำนาจบริหารส่วนใหญ่ของติ๊กต็อก โกลบอลจะอยู่ในมือของชาวอเมริกัน โดยไบต์แดนซ์และผู้ร่วมทุนในจีนจะลดสัดส่วนการถือหุ้นในติ๊กต็อก โกลบอล ลงมาอยู่ที่ 36% จากปัจจุบันคือ 45% เป็นเพียงข่าวลือ เนื่องจากในอนาคตติ๊กต็อก โกลบอล จะอยู่ในกลุ่มบริษัทในเครือของไบต์แดนซ์

อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงิน 5,000 ล้านดอลลาร์ให้กระทรวงการคลังในนามติ๊กต็อก โกลบอล เป็นแค่การประเมินตามภาษีเงินได้ และรายได้อื่นซึ่งบริษัทต้องชำระให้แก่รัฐบาลวอชิงตันตามกฎหมายในอนาคต ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เงินจำนวนดังกล่าวจะเป็นกองทุนพัฒนาด้านการศึกษาของสหรัฐ

ด้านออราเคิล ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐอนุมัติข้อตกลงครั้งสำคัญนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าออราเคิลจะต้องเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ของติ๊กต็อก และติ๊กต็อก โกลบอล จะเป็นบริษัทอิสระของสหรัฐ มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐ และมีชาวอเมริกันเป็นสมาชิกคณะกรรมการ 4 คน จากทั้งหมด 5 คน ทั้งยังมีนายจาง อี้หมิง ประธานของไบต์แดนซ์ เป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารของ “ติ๊กต็อก โกลบอล” ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทในเครือของไบต์แดนซ์

ส่วนบุคคลอื่นๆที่จะมีชื่ออยู่ในบอร์ดบริหาร รวมถึงนายดักลาส แมคมิลลอน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของวอลมาร์ท

นอกจากนี้ เทคโนโลยีทั้งหมดของติ๊กต็อกจะตกเป็นของติ๊กต็อก โกลบอล และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบด้านความเป็นส่วนตัวของสหรัฐ โดยจะต้องมีการรักษาความเป็นส่วนตัวในข้อมูลของผู้ใช้งานติ๊กต็อกในสหรัฐราว 100 ล้านคนอย่างรวดเร็ว ด้วยการย้ายข้อมูลของชาวอเมริกันทั้งหมดไปยังศูนย์ข้อมูล Generation 2 Cloud ของออราเคิล ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลคลาวด์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก

ด้านติ๊กต็อก ระบุว่า ออราเคิลจะเป็น “ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้” โดยเข้ามาดูแลในส่วนของข้อมูลผู้ใช้งานติ๊กต็อกในสหรัฐทั้งหมด รวมถึงความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้รัฐบาลสหรัฐวางใจได้ถึงประเด็นความมั่นคงในประเทศ ขณะที่วอลมาร์ทจะรับบทเป็น “พันธมิตรเชิงพาณิชย์”

นอกจากนี้ ออราเคิลและวอลมาร์ทจะเข้ามามีส่วนในการทำ Pre-IPO ซึ่งข้อมูล ณ เดือนมิ.ย. ระบุว่า จำนวนผู้ใช้งานติ๊กต็อกในสหรัฐพุ่งขึ้นแตะ 91,937,040 ราย และจากข้อมูลการใช้งานรายไตรมาสระบุว่า มีชาวสหรัฐ 100 ล้านคนที่ใช้งานแอพพลิเคชันดังกล่าว

ความเคลื่อนไหวของไบต์แดนซ์ มีขึ้นวันเดียวกับที่“ลอเรล บีเลอร์” ผู้พิพากษาศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย อนุมัติคำร้องจากผู้ใช้งานแอปพลิเคชันวีแชท เพื่อเลื่อนคำสั่งแบนแอพฯดังกล่าวออกไปก่อน โดยอ้างว่าคำสั่งแบนแอพฯนี้จะกระทบสิทธิตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 (First Amendment) เพราะการสั่งแบนวีแชทจะทำให้แพลตฟอร์มการสื่อสารดังกล่าวหายไป

ผู้พิพากษาท่านนี้มีคำวินิจฉัยว่า การแบนวีแชทจะทำให้ช่องทางสื่อสารของโจทก์หายไป และหลักฐานที่ว่าวีแชทเป็นภัยคุกคามความมั่นคงนั้น ยังมีไม่มากพอ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17ก.ย.)กระทรวงพาณิชย์สหรัฐประกาศแผนระงับการทำธุรกรรมใดๆ ของภาคธุรกิจสหรัฐที่มีต่อวีแชทและติ๊กต็อก โดยคำสั่งแบนกำหนดให้มีผลเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งหมายความว่าแอ๊ปเปิ้ลและกูเกิลจะต้องลบวีแชท และติ๊กต็อกออกจากแอ๊ปสโตร์ อีกทั้งบริษัทสหรัฐจะไม่สามารถให้บริการโอนเงิน หรือดำเนินการชำระเงินผ่านทางวีแชทได้

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 22, 2020 at 07:55AM
https://ift.tt/3ciuM1M

'ไบต์แดนซ์'เปิดเงื่อนไขขายติ๊กต็อกในสหรัฐ - กรุงเทพธุรกิจ
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Saturday, September 19, 2020

Trump ยอมรับเงื่อนไขการถือหุ้นร่วมของ Oracle และ Walmart เพื่อให้ TikTok ใช้ในสหรัฐได้ - iMoD - iPhoneMod

sandratersandra.blogspot.com

มีรายงานเผยว่า Trump ยอมรับเงื่อนไขการถือหุ้นร่วมของ Oracle และ Walmart เพื่อให้ TikTok ใช้ในสหรัฐได้ โดย Oracle และ Walmart จะเข้ามาถือหุ้นจำนวน 20%, TikTok ถูกเลื่อนวันสั่งแบนออกไป

เลื่อนวันแบนแอป TikTok ไปอีกหนึ่งสัปดาห์

19 ก.ย. (ตามเวลาสหรัฐ) ก่อนกำหนดการแบนแอป TikTok, WeChat ในสหรัฐ ทาง CNBC รายงานว่า Trump ยอมให้ TikTok ใช้ในสหรัฐได้แต่มีเงื่อนไข โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

  • Trump เผยว่า ได้ยอมรับเงื่อนไขการถือหุ้นร่วมของ Oracle และ Walmart ที่จะเข้ามาถือหุ้นร่วมในกิจการใหม่ของ TikTok
  • Oracle จะเป็นผู้ให้บริการ Cloud (ที่เก็บข้อมูล) ของ TikTok โดย Oracle ถือหุ้น 12.5% ในบริษัทใหม่ที่เปิดในสหรัฐ
  • Walmart จะเข้ามาถือหุ้น 7.5% ในบริษัทใหม่
  • ByteDance เจ้าของ TikTok จะถือหุ้น 80% ในบริษัทใหม่
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เลื่อนวันแบนแอป TikTok ไปอีกหนึ่งสัปดาห์

ทาง TikTok เองก็ได้เผยแถลงการณ์ประเด็นนี้เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ TikTok มีกำหนดถูกแบนในวันที่ 20 ก.ย. (ตามเวลาสหรัฐ) ซึ่งส่งผลให้ตัวแอปจะถูกถอดออกจาก App Store สหรัฐ, แต่ด้วยการเจรจาล่าสุดนี้ก็ทำให้กำหนดการแบนแอป TikTok ถูกเลื่อนออกไป ซึ่งยังไม่มีข้อมูลว่า WeChat จะถูกเลื่อนวันแบนออกไปเหมือนกันหรือไม่

ประเด็นเรื่องการแบนแอป TikTok, WeChat ในสหรัฐมาจากคำสั่งของ Thrump ที่ระบุว่าแอปดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐเพราะมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ในสหรัฐเป็นจำนวนมาก

ที่มา – cnbc (via blognone)

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 20, 2020 at 09:59AM
https://ift.tt/3kCmEMJ

Trump ยอมรับเงื่อนไขการถือหุ้นร่วมของ Oracle และ Walmart เพื่อให้ TikTok ใช้ในสหรัฐได้ - iMoD - iPhoneMod
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Thursday, September 17, 2020

'เทพไท'ยก 3 เงื่อนไขปลุกคนแห่ร่วมม็อบ เตือน'รบ.-บิ๊กตู่'อย่าประเมินต่ำ เร่งแสดงจุดยืนแก้รธน. - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

sandratersandra.blogspot.com

วันศุกร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563, 09.36 น.

‘เทพไท’ยก 3 เงื่อนไขปลุกคนแห่ร่วมม็อบ เตือน‘รบ.-บิ๊กตู่’อย่าประเมินต่ำ เร่งแสดงจุดยืนแก้รธน.

18 กันยายน 2563 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาปลดแอก ในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน นี้ ว่า การชุมนุมครั้งนี้ ถ้าจะมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก ก็น่าจะมาจากเหตุผล 3 ประการ คือ

1.มีการโหมโรงการชุมนุมมาอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดแฟลซม็อบในสถานที่ต่างๆมาหลายครั้ง และทุกครั้งก็มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก มีการสร้างกระแสข้อเรียกร้อง สะสมมวลชน มาโดยตลอด จนเป็นที่ยอมรับจากมวลชนอย่างกว้างขวาง

2.จากท่าทีของผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ได้ออกประกาศห้ามการชุมนุมในบริเวณพื้นที่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จนถึงขั้นต้องออกประกาศปิดมหาลัยธรรมศาสตร์ในวันที่ 19-20 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นการแสดงท่าทีปฏิเสธการชุมนุมของนักศึกษา ซึ่งส่วนหนึ่งที่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เอง จึงทำให้เกิดแรงกดดันจากมวลชนที่ต้องการอยากจะใช้สถานที่ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นฐานที่มั่นในการชุมนุมครั้งนี้ เมื่อทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปฏิเสธกลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ จึงทำให้มวลชนมีความรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ใช่มหาวิทยาลัยของประชาชนเหมือนอดีตที่ผ่านมา

3.ท่าทีของรัฐบาลที่มีต่อข้อเรียกร้องของการชุมนุม3ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเรียกร้องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย จนถึงบัดนี้ยังไม่มีท่าทีหรือการส่งสัญญาณใดๆที่ชัดเจนจากรัฐบาล ต่อสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จหรือไม่ เพราะจำนวนสมาชิกวุฒิสภาหนึ่งในสาม คือ 84 คน ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะยกมือสนับสนุนญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล หรือของพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่

ทั้งนี้ ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ ต้องการที่จะปลดล็อคการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาปลดแอกในครั้งนี้จริง ต้องส่งสัญญาณแบบชัดๆ ต่อทุกภาคส่วนว่า รัฐบาลต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประสบความสำเร็จจริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ภาพหลวงตา ต้องการสร้างภาพให้ให้สังคมเห็นว่า รัฐบาลมีความพยายามที่จะทำตามนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลแล้วเท่านั้น

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ตนไม่อยากให้รัฐบาลประเมินการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาปลดแอกต่ำเกินไป แก้ปัญหาเพียงแค่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ นำประเด็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 มาห้ามปรามการชุมนุม ซึ่งไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ผู้จะเข้าร่วมการชุมนุมยอมรับได้ เพราะการชุมนุมครั้งนี้แตกต่างกับการชุมนุมทางการเมืองในทุกครั้งที่ผ่านมา ซึ่งถ้ารัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็อาจจะทำให้การชุมนุมลุกลามและยกระดับการชุมนุม จนทำให้ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ของการชุมนุมได้ และจะเกิดวิกฤติทางการเมืองของบ้านเมืองครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 18, 2020 at 09:36AM
https://ift.tt/32CLAxo

'เทพไท'ยก 3 เงื่อนไขปลุกคนแห่ร่วมม็อบ เตือน'รบ.-บิ๊กตู่'อย่าประเมินต่ำ เร่งแสดงจุดยืนแก้รธน. - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Wednesday, September 16, 2020

ศบศ. เคาะเงื่อนไขโครงการคนละครึ่ง วงเงินคนละ 3,000 บาท - ช่อง 7

sandratersandra.blogspot.com
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลช่วยออกค่าสินค้าให้ครึ่งหนึ่ง วงเงินคนละ 3,000 บาท ที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นแค่กรอบหลักการ แต่ล่าสุด ที่ประชุม ศบศ. ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบหลักการและเงื่อนไขทั้งหมดแล้ว เริ่มลงทะเบียนวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ไปดูเงื่อนไขกันหน่อย

โครงการ "คนละครึ่ง" เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะให้สิทธิประโยชน์ด้วยการร่วมจ่ายค่าสินค้าประเภทอาหาร เครื่องดื่มและสินค้าทั่วไปให้ครึ่งหนึ่งของราคาสินค้านั้น ๆ วงเงินคนละไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาของโครงการ ให้สามารถใช้จ่ายได้ไม่เกินวันละ 100 บาทต่อคนต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่าสินค้า 200 บาท ยกเว้น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และการบริการ โดยจะจ่ายเงินให้ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง

ส่วนเงื่อนไขของผู้ที่จะเข้าร่วม ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ในวันที่ลงทะเบียน โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2563 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจในช่วงปลายปี โดยกำหนดกรอบงบประมาณสูงสุด 3 หมื่นล้านบาท จากพระราชกำหนดกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท คาดว่าน่าจะมีกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ามาลงทะเบียนประมาณ 10 ล้านคน

ในส่วนของร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ มีเงื่อนไขเช่นกัน ต้องเป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านค้าทั่วไป ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ใช่นิติบุคคล และไม่ใช่ร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ กลุ่มเป้าหมายประมาณ 1 แสนร้านค้า ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com เช่นกัน เริ่มวันที่ 1 ตุลาคมนี้ หรือสามารถไปแจ้งผ่านธนาคารกรุงไทยได้ โดยร้านค้าจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันถุงเงินในการรับจ่ายเงินจากลูกค้าเท่านั้น

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 17, 2020 at 08:52AM
https://ift.tt/2ZNz4JI

ศบศ. เคาะเงื่อนไขโครงการคนละครึ่ง วงเงินคนละ 3,000 บาท - ช่อง 7
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

เปิดเงื่อนไขคนละครึ่งใครบ้างได้รับสิทธิ 3,000 - ฐานเศรษฐกิจ

sandratersandra.blogspot.com

ศบศ.เคาะแล้ว “คนละครึ่ง” ใครบ้างได้รับสิทธิเติมเงิน 3,000 บาท ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย

โครงการ “คนละครึ่ง”  หนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล วงเงิน 45,000 ล้านบาท เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ครอบคลุม ผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอย โดยรัฐบาลจะแจกเงินให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ 15 ล้านคน คนละ 3,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขรัฐบาลออกค่าใช้จ่ายให้ 50 เปอร์เซ็นต์

ความคืบหน้าล่าสุด ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) มีมติอนุมัติ “โครงการคนละครึ่ง” โดยภาครัฐจะร่วมจ่าย (Co-pay)  เน้นช่วยเหลือประชาชนในระดับฐานรากเป็นหลัก โดยลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com


แล้วคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ คนละครึ่ง มีใครบ้างเช็กที่นี่ได้เลย

  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • กลุ่มเป้าหมายจำนวน 10 ล้านคน
  • เปิดลงทะเบียนที่เว็บไซต์ www.คนละเครึ่ง.com
  • เปิดลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคม
  • ระยะเวลาโครงการ 3 เดือน
  • เริ่มตั้งแต่ตุลาคม – ธันวาคม
  • โอนเงินสิ้นเดือนตุลาคม
  • คนละ 3,000 บาท

การใช้จ่าย

  • ผ่านแอปกระเป๋าตัง
  • เงินที่รัฐบาลให้ต้องใช้หมดวันต่อวัน ถ้าใช้ไม่หมดจะไม่สามารถเก็บไว้ใช้ในวันต่อไปได้
  • ต้องนำเงินที่ได้ไปใช้ในร้านค้ารายย่อยที่ขึ้นทะเบียน “ถุงเงิน” ไว้กับธนาคารกรุงไทย

การลงทะเบียน แอป “เป๋าตัง” รับเงิน 3,000 บาท โครงการ"คนละครึ่ง"

1. เข้าไปที่ Play Store หากคุณใช้สมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการ Android และ App Store หากเครื่องของคุณใช้ระบบปฏิบัติการ iOS

2. ค้นหาแอพพลิเคชั่น โดยพิมพ์ว่า เป๋าตัง ภาพโลโก้คือกระเป๋าสตางค์สีฟ้า

3. ดาวน์โหลด เป๋าตัง เพื่อทำการติดตั้งลงเครื่อง

4. เปิดแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง ยืนยันตัวตนผู้ใช้งานของคุณ ผ่านรหัสลับ OTP โดยกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือผู้ใช้งานลงไปเพื่อรอรับรหัส OTP

5. จากนั้นระบบจะทำการส่งรหัส OTP มาทางข้อความ ในโทรศัพท์มือถือ พอได้มาแล้วก็ให้คุณกรอกรหัสนั้นลงไปในแอป

6. ระบบจะขอ PIN หรือรหัส 6 หลัก ผู้ใช้จะต้องตั้งรหัสรักษาความปลอดภัย 6 หลักนี้เพื่อเข้าใช้งานแอปเป๋าตัง ทุกครั้ง ดังนั้นผู้ใช้จึงต้องจำรหัส 6 หลักนี้ไว้ให้ดี เพื่อใช้ในการเข้าสู่แอปพลิเคชั่น

7. เมื่อได้รหัส 6 หลักแล้ว ก็สามารถนำรหัสนี้เข้าใช้งานแอปพลิเคชั่น เป๋าตัง

เป้าหมาย

  • ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย หาบเร่ แผงลอย ที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ ร้านสะดวกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์

สภาพัฒน์ ชี้แจงชัด “คนละครึ่ง” แจกเงิน 3000 รอศบศ. เคาะอีกรอบ


Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 17, 2020 at 08:02AM
https://ift.tt/2E74gvF

เปิดเงื่อนไขคนละครึ่งใครบ้างได้รับสิทธิ 3,000 - ฐานเศรษฐกิจ
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

แจกเงิน 3000 'ศบศ.' เคาะแล้ว เช็คเงื่อนไขก่อนลงทะเบียนที่นี่! - thebangkokinsight.com

sandratersandra.blogspot.com

แจกเงิน 3000 บาท “ศบศ.” ไฟเขียวโครงการคนละครึ่ง แจกเงิน 3,000 บาท 10 ล้านคน วงเงินกว่า 51,000 ล้านบาท ห้ามผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหมดสิทธิ์ เริ่มลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 (ศบศ.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์โครงการ คนละครึ่ง โดยภาครัฐจะให้สิทธิประโยชน์โดยอาศัยวิธีการร่วมจ่าย หรือ Co-pay 50% ไม่เกิน 100 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน จำนวน 10 ล้านคน จนถึงสิ้นเดือน ธันวาคม 2563 สำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และลงทะเบียน ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมนี้

ขณะเดียวกัน จะเปิดรับลงทะเบียนร้านค้าในโครงการ ซึ่งไม่ใช่นิติบุคคล เช่น ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ส่วนร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่สามารถเข้าร่วมได้ พร้อมเพิ่มวงเงินใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากเดิม คนละ 200 – 300 บาท เป็น 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน แทน และไม่สามารถเข้าโครงการคนละครึ่งได้ คาดใช้วงเงินรวม 51,000 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการ ศบศ. ระบุว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เสนอให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขสมาร์ทวีซ่าเพื่อดึงนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาในไทย โดยให้ปรับปรุงเงื่อนไขให้เชื่อมโยงกับการลงทุน และการถือครองหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์และพำนักในไทยในระยะยาว พร้อมกับให้ ททท. ศึกษาการปรับเงื่อนไขกลุ่มนักท่องเที่ยวอีลิทการ์ดให้เชื่อมโยงกับการลงทุนในไทยด้วย โดยนำรายละเอียดกลับมาเสนอในที่ประชุม ศบศ. อีกครั้ง

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ มีดังนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป

โดยจำกัดไว้ที่ 15 ล้านคน สมัครเข้าร่วมโครงการแบบใครมาก่อนได้ก่อน รัฐจะ แจกเงิน 3000 บาท ให้ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

  • ร้านค้าทั่วไป
  • หาบเร่
  • แผงลอย ที่เป็นรายย่อย

เงื่อนไขการใช้จ่าย

  • ใช้ได้ไม่เกินวันละ 100 – 250 บาท
  • รัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% และอีก 50% ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเอง
  • ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่
  • มีระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2563

ขณะที่กลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ จะมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อยทั่วไป ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการหาบเร่ แผงลอย ประมาณ 80,000 ร้านค้า ผ่านกลไกการดำเนินงานผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติให้กระทรวงการคลังจัดทำรายละเอียดโครงการ เพื่อนำเสนอต่อ ศบศ. ภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ คาดจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ 90,000 ล้านบาท

“มาตรการ แจกเงิน 3000 บาท ทาง ศบศ.ให้กระทรวงการคลังไปดูรายละเอียดและนำกลับมาเสนอ ศบศ.เห็นชอบอีกครั้ง เพื่อเข้า ครม. คาดว่าจะเริ่มโครงการเดือนตุลาคม 2563” นายดนุชา กล่าว

TravelBubble

ด้าน น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการแจกเงิน 3000 บาท ก่อนหน้านี้ว่า ตามที่สื่อบางสำนัก รายงานโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ประชาชน 15 ล้านสิทธิ์ รับ 3,000 บาท เพื่อจับจ่ายใช้สอย เป็นการเอื้อทุนใหญ่ เงินเข้ากระเป๋าห้างสรรพสินค้า และ ร้านสะดวกซื้อ รัฐบาลขอชี้แจงว่า โครงการดังกล่าว เป็นมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่ต่อยอดจากโครงการชิมช้อปใช้

โดยร้านค้าที่เข้ามาโครงการ จะยังเหมือนเดิม แต่วัตถุประสงค์หลัก ของโครงการนี้ เพื่อขยายร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีเป้าหมาย คือกลุ่มร้านค้าหาบเร่แผงลอย ร้านโชห่วย ร้านขายข้าวแกง ร้านขายอาหาร และ เครื่องมือตามตลาด หรือ ตลาดนัด เป็นต้น เพื่อกระจายรายได้ลงสู่ผู้ประกอบการรายเล็กให้ได้มากที่สุด

“รัฐบาลได้กำหนดหลักการเบื้องต้น ให้สามารถใช้จ่ายได้วันละ 100 บาท โดยรัฐออกค่าใช้จ่ายให้ 50% ผู้ได้รับสิทธิ์ออกเอง 50% ให้สอดคล้องในการจับจ่ายใช้สอยกับผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น การซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ตามร้านค้าหาบเร่แผงลอง หรือร้านโชห่วย” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการดังกล่าว รัฐบาลต้องการช่วย เรื่องค่าครองชีพของประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ลงไปสู่ผู้ค้ารายเล็กรายน้อย หลังจากที่ได้ผลกระทบ จากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งเป้า ให้เงินเข้ากระเป๋าทุนใหญ่แต่อย่างใด แม้โครงการดังกล่าว จะมีห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อเข้าร่วมก็ตาม แต่จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์การใช้จ่ายนั้น เอื้อให้มีการซื้อของกับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยจริงๆ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 17, 2020 at 06:48AM
https://ift.tt/2ZL63OH

แจกเงิน 3000 'ศบศ.' เคาะแล้ว เช็คเงื่อนไขก่อนลงทะเบียนที่นี่! - thebangkokinsight.com
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Tuesday, September 15, 2020

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก เปิดเงื่อนไข-วิธีลงทะเบียนกู้เงิน 5 หมื่นบาทที่นี่! - thebangkokinsight.com

sandratersandra.blogspot.com

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก เปิดเงื่อนไข-วิธีลงทะเบียนกู้เงิน 5 หมื่นบาทที่นี่! ชี้อัตราดอกเบี้ยเพียง 0.35% ต่อเดือน ระยะเวลาปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก ไม่ต้องค้ำประกัน

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 มีมติเห็นชอบปรับปรุงการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ที่ธนาคารออมสิน ได้ดำเนินการปล่อยกู้ไปเมื่อเดือนเมษายน 2563 ซึ่งธนาคารอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว 1,012 ล้านบาท และยังมีวงเงินสินเชื่อคงเหลือ 18,988 ล้านบาท จึงให้ปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือประชาชนให้เป็นไปอย่างทั่วถึง และครอบคลุมประชาชนผู้ประกอบอาชีพทุกกลุ่ม

ดังนั้น จึงได้ปรับปรุงการดำเนินโครงการด้วยการจัดสรรวงเงิน 10,000 ล้านบาท จากวงเงินเดิมที่เหลือนำมาปล่อยกู้ผ่าน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนยื่นขอสินเชื่อได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก

สำหรับสินเชื่อประเภทนี้ ต้องการช่วยเหลือบุคคลที่มีอาชีพค้าขาย ประกอบอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ประจำรวมถึงบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง หรือ ขาดรายได้ ด้วยเป็นสินเชื่อเพื่อการดำรงชีพ เพื่อการลงทุน/หมุนเวียนในกิจการ ให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) ระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 3 ปี ที่สำคัญไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือ บุคคลค้ำประกันเงินกู้ อีกทั้งยังปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือไม่ต้องชำระเงินงวดใน 6 เดือนแรกอีกด้วย

“การแพร่ระบาดโควิดยังคงส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีอาชีพอิสระและผู้มีรายได้ประจำ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสินเชื่อเสริมพลังฐานรากที่รัฐบาลได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จะเป็นการบรรเทาสถานการณ์ที่เดือดร้อนลงได้ไม่มากก็น้อย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารออมสิน เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้ ที่ยังได้รับผลกระทบจาก Covid-19 อย่างต่อเนื่อง ขยายเวลาการเปิดให้พักชำระหนี้เงินต้น และดอกเบี้ยอัตโนมัติต่ออีก 3 เดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2563 สำหรับผู้ประสงค์จะออกจากมาตรการพักชำระหนี้ สามารถเลือกแผนการชำระหนี้ได้ 3 ทางเลือก เริ่มตั้งแต่ 9 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2563 โดยแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน MyMo

เปิดวิธีขอ “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” ของธนาคารออมสิน มีหลักเกณฑ์อย่างไร ใช้หลักฐานอะไรบ้าง และลงทะเบียนอย่างไร เช็คเลย!

เงื่อนไขของ “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก”

  • วงเงินกู้ สูงสุดไม่เกินรายละ 50,000 บาท
  • อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) กรณีผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้คิดเพิ่มอีกร้อยละ 0.50 ต่อเดือน ของเงินต้นที่ถึงกำหนดชำระ
  • ชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นงวดรายเดือน สูงสุดไม่เกิน 3 ปี (30 งวด) ระยะเวลาปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรก (เงินต้นและดอกเบี้ย)
  • ไม่ต้องใช้หลักประกัน
  • ช่วงระยะเวลาดำเนินโครงการ คือ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2563
  • ผู้ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ จะได้รับเงินผ่านบัญชีเงินฝากที่ใช้เป็นบัญชีคู่โอนสำหรับหักชำระสินเชื่อ
  • ต้องชำระหนี้ด้วยการหักบัญชีเงินฝาก โดยผู้กู้ทำหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากที่ได้รับระบุไว้เพื่อชำระหนี้ ซึ่งผู้กู้ต้องนำเงินฝากเข้าบัญชีที่ยินยอมก่อนวันครบกำหนดชำระเงินงวด
  • การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก

คุณสมบัติของผู้กู้

  • มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

– เป็นผู้ประกอบการรายย่อย/เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย บริการ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และ เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี

– เป็นผู้มีรายได้ประจำ เช่น พนักงาน/ลูกจ้างหน่วยงานเอกชน ที่มีเงินเดือนประจำ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 60 ปี

  • บุคคลธรรมดา สัญชาติไทย เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่แน่นอน สามารถติดต่อได้
  • ไม่เป็นลูกจ้าง หรือ พนักงานธนาคารออมสิน
  • ไม่เป็นผู้ที่ได้รับรายได้ประจำจากหน่วยงานภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ
  • ต้องการกู้เงินเพื่อใช้ในการลงทุน/ซื้อ/ซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ หรือ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบจากภัยทางเศรษฐกิจ

เอกสารหลักฐานสำหรับขอสินเชื่อ

– กรณีที่ผู้กู้เป็นผู้ประกอบการรายย่อย

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้กู้และคู่สมรส
  • เอกสารแสดงสถานภาพ เช่น สำเนาใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกธนาคารออมสิน/บัญชีเงินฝากพื้นฐาน
  • เอกสารแสดงรายได้เดือนล่าสุด เช่น บัญชีรายรับ-รายจ่าย ประมาณการรายได้ เป็นต้น

กรณีที่ผู้กู้เป็นผู้มีรายได้ประจำ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้กู้และคู่สมรส
  • เอกสารแสดงสถานภาพ เช่น สำเนาใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกธนาคารออมสิน/บัญชีเงินฝากพื้นฐาน
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน/หลักฐานการรับเงินเดือน เดือนล่าสุด
  • เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) เดือนล่าสุด

วิธีลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก”

  1. เข้าเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน www.gsb.or.th เลือก ลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังรากฐาน” หรือ คลิกที่นี่
  2. เริ่มลงทะเบียน “สินเชื่อเสริมพลังรากฐาน” อ่านรายละเอียด ก่อนเลือก “ยืนยันตามข้อตกลง”
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลรายได้ และรายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนเลือก “ลงทะเบียน”
  4. เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว สามารถรอการติดต่อกลับจากธนาคาร หรือตรวจสอบสถานะการสมัครด้วยการกรอกหมายเลขบัตรประชาชน และหมายเลขโทรศัพท์ผ่านเว็บไซต์ของ “ธนาคารออมสิน” หรือ คลิกที่นี่

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสินเชื่อดังกล่าว สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามช่องทางของธนาคารออมสินที่เปิดให้บริการ ดังนี้ GSB Call Center 1115 โทรศัพท์ 0-2299-8000 ต่อ 149821-28 และ เว็บไซต์ www.gsb.or.th หรือธนาคารออมสินทุกสาขา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 16, 2020 at 09:08AM
https://ift.tt/2RsLBh5

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก เปิดเงื่อนไข-วิธีลงทะเบียนกู้เงิน 5 หมื่นบาทที่นี่! - thebangkokinsight.com
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

เอกชน 'ภูเก็ต' เร่งภาครัฐเปิดรับต่างชาติ พร้อมปรับเงื่อนไขเข้าถึงซอฟโลนท์-พักชำระหนี้ยาวถึงปี 64 - มติชน

sandratersandra.blogspot.com

เอกชน ‘ภูเก็ต’ เร่งภาครัฐเปิดรับต่างชาติ พร้อมปรับเงื่อนไขเข้าถึงซอฟโลนท์-พักชำระหนี้ยาวถึงปี 64

นางสาวเมธินี รอดเสวก รองประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ บริษัท สกายเวิลด์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจซิปไลน์ภายใต้ชื่อหนุมานเวิลด์ (Hanuman World) สถานที่ท่องเที่ยวผจญภัย ในจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นตลาดหลักของจังหวัดภูเก็ตหายไปเกือบ 100% โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปเท่ากับศูนย์ ส่วนการหันมาเน้นทำตลาดเที่ยวในประเทศ ไม่สามารถทดแทนรายได้หลักที่หายไปได้ จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศ โดยเฉพาะโครงการภูเก็ตโมเดล เนื่องจากในส่วนของผู้ประกอบการเองมีมาตรการ และเตรียมพร้อมที่จะต้อนรับต่างชาติอีกครั้งอยู่แล้ว รวมถึงเชื่อมั่นว่าหากเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา รัฐบาลน่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ ได้สะท้อนได้จากการควบคุมสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมา และศักยภาพของการแพทย์และสาธารณสุขไทย รวมถึงอยากให้ช่วยเหลือเรื่องแหล่งเงินกูดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟโลนท์) โดยเฉพาะการขยายเวลาในการผ่อนชำระหนี้ดอกเบี้ยและเงินต้น ที่ยกเว้นให้ 6 เดือน โดยอยากให้ขยายการชำระหนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2564 และต้องการให้เป็นออกเป็นนโยบายหลักที่มาจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งปฏิบัติตาม

“ที่ผ่านมาภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวต่างชาติคิดเป็น 70% ส่วนคนไทยมีเพียง 30% เท่านั้น แต่ขณะนี้ หลังจากกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ ก็เริ่มมีคนไทยเดินทางมาเที่ยวมากขึ้น โดยโครงการภูเก็ตโมเดล หากรัฐบาลเปิดให้ต่างชาติเข้ามาเที่ยวในภูเก็ต อาจทำให้คนไทยที่เริ่มเดินทางมาเที่ยวมากขึ้นกลัว และไม่กล้าเที่ยว แต่เชื่อว่าหากสามารถประชาสัมพันธ์ถึงการควบคุมและเงื่อนไขที่เข้มแข็งได้ จะสามารถสร้างความเข้าใจในทิศทางเดียวกันที่ดีได้ เนื่องจากต่างชาติที่จะเข้ามาเป็นต่างชาติที่จะอยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ และต้องมีเงินมากจริงๆ ถึงจะสามารถมาอยู่ในประเทศไทยได้เป็นเดือน ซึ่งหากเปิดให้คนกลุ่มนี้เข้ามา ก็จะเกิดการใช้จ่ายและเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงเกิดการจ้างงานกลับมามากขึ้น โดยยืนยันว่าหากต้องการให้เศรษฐกิจฟื้นเหมือนเดิมในเร็วๆ นี้ จะต้องเร่งเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เร็วที่สุด” นางสาวเมธินี กล่าว

นางสาวเมธินี กล่าวว่า รวมถึงอยากให้เร่งช่วยเหลือในส่วนของแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ที่รัฐบาลมีโครงการออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งระบบในภาพรวม เนื่องจากเงื่อนไขที่ธนาคารพาณิชย์จะอนุมัติเงินกู้ให้นั้น มีผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงได้จริง จึงอยากให้ภาครัฐเร่งรัดในการช่วยเหลือส่วนนี้ ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนก็มีการเจรจากับธนาคารพาณิชย์ตลอด เพื่อให้ปรับเงินไขของโครงการพักชำระหนี้และการปล่อยเงินกู้ออกมามากขึ้น แต่ก็ยังเข้าถึงได้ไม่มากเท่าที่ควร รวมถึงอยากให้ดูแลลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกับสังคมให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อลดกระทบในการเลิกจ้างงาน

นางสาวเมธินี กล่าวว่า สำหรับการปรับตัวในช่วงโควิด-19 หนุมานเวิลด์ได้จัดทำแพคเกจในการให้บริการเครื่องเล่นซิปไลน์มากกว่า 50% จากเดิมราคา 3,960 บาท ลดราคาเหลือเพียง 1,500 บาท สามารถเล่นได้ครบโปรแกรมทั้ง 30 จุด ซึ่งเป็นราคาที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย เนื่องจากเป็นราคาที่ปรับลดลงมากกว่าเดิม แต่ได้เล่นครบทั้งหมด โดยในช่วงก่อนโควิด-19 บริษัทฯ รองรับมีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ เฉลี่ย 600-700 คน แต่เมื่อเกิดการระบาดโควิด-19 ขึ้น ตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน รายได้ของหนุมานเวิลด์หายไปกว่า 80-90% ซึ่งตั้งแต่กลับมาเปิดธุรกิจหลังรัฐบาลคลายล็อกดาวน์ ก็เร่งทำโปรโมชั่น โดยเน้นทำผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อดึงดูดคนไทย ทำให้ในช่วงวันหยุดยาวเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา คนไทยเริ่มกลับมาเที่ยวมากขึ้น บางวันเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมากว่า 200 คนต่อวัน

QR Code LINE @Matichon

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทายสิ… นั่งตกปลา 1 วัน จะได้ปลากี่ตัว?
บทความถัดไป‘ภาธร-ญาตาวี’ ซิวแชมป์เดี่ยวเทนนิสเยาวชนเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย

matichon

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 16, 2020 at 04:14AM
https://ift.tt/35Fwqte

เอกชน 'ภูเก็ต' เร่งภาครัฐเปิดรับต่างชาติ พร้อมปรับเงื่อนไขเข้าถึงซอฟโลนท์-พักชำระหนี้ยาวถึงปี 64 - มติชน
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Monday, September 14, 2020

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก: เปิดเงื่อนไข-วิธีสมัครกู้เงิน ธ.ออมสิน - ประชาชาติธุรกิจ

sandratersandra.blogspot.com
สินเชื่อเสริมพลังฐานราก

เปิดเงื่อนไข และวิธีสมัครกู้เงิน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” หลังจาก ธนาคารออมสิน เปิดให้ประชาชนเข้าถึงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูงสุด 50,000 บาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือผู้ค้ำประกัน

หลังจาก ครม. มีมติเห็นชอบวงเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยยังมีวงเงินสินเชื่อเหลืออยู่ราว 1.8 หมื่นล้านบาท ธนาคารออมสิน จึงได้ปรับปรุงโครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานราก ซึ่งทำให้มีหลักเกณฑ์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับบุคคลทั่วไป

โครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานราก จะปล่อยเงินกู้วงเงินสูงสุด 5 หมื่นบาท ต่อราย โดยคิดดอกเบี้ยที่อัตรา 0.35% ต่อเดือน (flat rate) โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 ปี และไม่ต้องชำระเงินต้น-ดอกเบี้ย ในช่วง 6 เดือนแรก

เงื่อนไขกู้เงิน

ใครมีสิทธิ์กู้บ้าง: ผู้มีรายได้ประจำ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และบุคคลในครอบครัว

  • ผู้มีรายได้ประจำ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 60 ปี
  • ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ ต้องไม่เกิน 70 ปี
  • สัญชาติไทย มีถิ่นที่อยู่แน่นอนที่สามารถติดต่อได้
  • ไม่เป็นลูกจ้าง หรือ พนักงานธนาคารออมสิน
  • ไม่เป็นผู้ที่ได้รับรายได้ประจำจากหน่วยงานภาครัฐ-รัฐวิสาหกิจ

วัถตุประสงค์ของการกู้เงิน: เพื่อดำรงชีพ เพื่อลงทุน หรือหมุนเวียนในกิจการ

วงเงินกู้: สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท

ระยะเวลาผ่อนชำระ: สูงสุดไม่เกิน 3 ปี

การชำระหนี้: ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน

หลักประกัน: ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน

วิธีสมัครขอสินเชื่อพลังฐานราก

ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารออมสิน และทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ โดยเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ดังนี้

1. สำหรับ ผู้ประกอบการรายย่อย

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้กู้และคู่สมรส
  • เอกสารแสดงสถานภาพ เช่น สำเนาใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกธนาคารออมสิน / บัญชีเงินฝากพื้นฐาน
  • เอกสารแสดงรายได้เดือนล่าสุด เช่น บัญชีรายรับ-รายจ่าย ประมาณการรายได้ เป็นต้น
  • ไม่ต้องตรวจกิจการ

2. สำหรับ ผู้มีรายได้ประจำ

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้กู้และคู่สมรส
  • เอกสารแสดงสถานภาพ เช่น สำเนาใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกธนาคารออมสิน / บัญชีเงินฝากพื้นฐาน
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน / หลักฐานการรับเงินเดือน เดือนล่าสุด
  • เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) เดือนล่าสุด

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 15, 2020 at 10:27AM
https://ift.tt/3bYlFmQ

สินเชื่อเสริมพลังฐานราก: เปิดเงื่อนไข-วิธีสมัครกู้เงิน ธ.ออมสิน - ประชาชาติธุรกิจ
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Sunday, September 13, 2020

ลุ้นเลย! จ่อเปิดลงทะเบียนแจกเงิน 3000 บาท เช็คเงื่อนไขที่นี่ - thebangkokinsight.com

sandratersandra.blogspot.com

แจกเงิน 3000 บาท ลุ้น “กระทรวงการคลัง” จ่อเปิดลงทะเบียนเร็วๆ นี้ ผ่าน www. คนละครึ่ง .com เช็คเงื่อนไขที่นี่ ยันไม่เอื้อทุนใหญ่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังสรุปรายละเอียดของมาตรการ “คนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) โดยมีหลักการ คือ รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบให้ผู้สมัครและมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการในสัดส่วน 50% ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน โดยผู้มีสิทธิ์ต้องมียอดการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่เป็นกระเป๋าตังอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเล็ต) ขั้นต่ำ 100 บาทต่อวัน โดยที่ร้านค้าจะหักเงินของผู้ใช้ไป 50 บาท ส่วนที่เหลือ 50 บาท รัฐบาลเป็นฝ่ายจ่ายให้แก่ร้านค้า

อย่างไรก็ตาม สำหรับร้านสะดวกซื้อ จะสามารถเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ สศค. กำลังพิจารณาภายใต้โจทย์ที่ว่าจะใช้ร้านค้าเป็นที่ตั้ง หรือประชาชนเป็นที่ตั้งเพื่อเข้าร่วมมาตรการ เพราะต้องการให้ร้านค้าขนาดเล็ก เช่น โชห่วย ร้านขายอาหารต่างๆ เป็นต้น ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ มากที่สุด คาดว่าจะเริ่มต้นโครงการได้ในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจในปลายปีนี้ โดยใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบศ.) ชุดที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่า ศบศ.เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศวงเงิน 45,000 ล้านบาท

โดยวัตถุประสงค์หลัก เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน ส่งเสริมการบริโภค และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปครอบคลุมถึงผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอย โดยรัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% และอีก 50% ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเองในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน เพื่อเอาไปใช้จ่ายซื้อของ ซึ่งจะต้องมาลงทะเบียนรับสิทธิ์ในโครงการลักษณะเดียวกับ “ชิมช้อปใช้”

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ มีดังนี้

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป

โดยจำกัดไว้ที่ 15 ล้านคน สมัครเข้าร่วมโครงการแบบใครมาก่อนได้ก่อน รัฐจะ แจกเงิน 3000 บาท ให้ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย

ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

  • ร้านค้าทั่วไป
  • หาบเร่
  • แผงลอย ที่เป็นรายย่อย

เงื่อนไขการใช้จ่าย

  • ใช้ได้ไม่เกินวันละ 100 – 250 บาท
  • รัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย 50% และอีก 50% ผู้ซื้อจะต้องจ่ายเอง
  • ครอบคลุมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า ยกเว้นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่
  • มีระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2563

ขณะที่กลุ่มร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ จะมุ่งเน้นไปที่ร้านค้ารายย่อยทั่วไป ครอบคลุมถึงผู้ประกอบการหาบเร่ แผงลอย ประมาณ 80,000 ร้านค้า ผ่านกลไกการดำเนินงานผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล โดยที่ประชุมมีมติให้กระทรวงการคลังจัดทำรายละเอียดโครงการ เพื่อนำเสนอต่อ ศบศ. ภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ คาดจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ 90,000 ล้านบาท

“มาตรการ แจกเงิน 3000 บาท ทาง ศบศ.ให้กระทรวงการคลังไปดูรายละเอียดและนำกลับมาเสนอ ศบศ.เห็นชอบอีกครั้ง เพื่อเข้า ครม. คาดว่าจะเริ่มโครงการเดือนตุลาคม 2563” นายดนุชา กล่าว

น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล

ด้าน น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการแจกเงิน 3000 บาท ก่อนหน้านี้ว่า ตามที่สื่อบางสำนัก รายงานโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ประชาชน 15 ล้านสิทธิ์ รับ 3,000 บาท เพื่อจับจ่ายใช้สอย เป็นการเอื้อทุนใหญ่ เงินเข้ากระเป๋าห้างสรรพสินค้า และ ร้านสะดวกซื้อ รัฐบาลขอชี้แจงว่า โครงการดังกล่าว เป็นมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่ต่อยอดจากโครงการชิมช้อปใช้

โดยร้านค้าที่เข้ามาโครงการ จะยังเหมือนเดิม แต่วัตถุประสงค์หลัก ของโครงการนี้ เพื่อขยายร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยมีเป้าหมาย คือกลุ่มร้านค้าหาบเร่แผงลอย ร้านโชห่วย ร้านขายข้าวแกง ร้านขายอาหาร และ เครื่องมือตามตลาด หรือ ตลาดนัด เป็นต้น เพื่อกระจายรายได้ลงสู่ผู้ประกอบการรายเล็กให้ได้มากที่สุด

“รัฐบาลได้กำหนดหลักการเบื้องต้น ให้สามารถใช้จ่ายได้วันละ 100 บาท โดยรัฐออกค่าใช้จ่ายให้ 50% ผู้ได้รับสิทธิ์ออกเอง 50% ให้สอดคล้องในการจับจ่ายใช้สอยกับผู้ประกอบการรายเล็ก เช่น การซื้ออาหาร เครื่องดื่ม ตามร้านค้าหาบเร่แผงลอง หรือร้านโชห่วย” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการดังกล่าว รัฐบาลต้องการช่วย เรื่องค่าครองชีพของประชาชน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ลงไปสู่ผู้ค้ารายเล็กรายน้อย หลังจากที่ได้ผลกระทบ จากการระบาดของโรคโควิด-19 โดยไม่ได้ตั้งเป้า ให้เงินเข้ากระเป๋าทุนใหญ่แต่อย่างใด แม้โครงการดังกล่าว จะมีห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อเข้าร่วมก็ตาม แต่จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์การใช้จ่ายนั้น เอื้อให้มีการซื้อของกับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยจริงๆ

แจกเงิน 3000
อนุชา บูรพชัยศรี

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงโครงการ แจกเงิน 3000 บาทเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยระบุว่า มาตรการช่วยเหลือประชาชน จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด โดยการช่วยค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน 15 ล้านคน ในวงเงิน 3,000 บาทต่อคนว่า มาตรการดังกล่าว เป็นเพียงหลักการเบื้องต้น ที่ทางกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. เท่านั้น ยังไม่ได้เป็นข้อสรุป ที่จะอนุมัติให้ดำเนินการโครงการแต่อย่างใด“โครงการดังกล่าว อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดโครงการเพิ่มเติม เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ศบศ. ครั้งต่อไปภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า” นายอนุชา กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากนี้กระทรวงการคลัง กำลังดำเนินการจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ทั้งในส่วนของประชาชน ที่จะลงทะเบียนได้รับสิทธิ์ และร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการ โดยขอให้ครอบคลุม ผู้ประกอบการรายย่อยให้ได้มากที่สุด และเมื่อกระทรวงการคลัง ได้ข้อสรุป จะนำเสนอเพื่อขอมติจาก ศบศ. และนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่า รัฐบาลจะดำเนินการโครงการ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ด้วยความรอบคอบ และให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนทั่วไป เงินช่วยเหลือดังกล่าวนี้ รัฐบาลตั้งใจ ที่จะให้ประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายได้ที่ร้านค้าทั่วไป ร้านหาบเร่แผงลอย ร้านโชห่วยต่างๆ รวมถึง การซื้อสินค้าในตลาดสดและตลาดนัด เพื่อให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ให้ได้มากที่สุด และเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลได้อย่างเต็มที่

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Add Friend Follow

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 14, 2020 at 10:09AM
https://ift.tt/3iu9eBw

ลุ้นเลย! จ่อเปิดลงทะเบียนแจกเงิน 3000 บาท เช็คเงื่อนไขที่นี่ - thebangkokinsight.com
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

"ประเดช" นัดประชุมบอร์ด WEH อังคารนี้ ปลดล็อคเงื่อนไขแบงก์-ปันผล - https://ift.tt/2Sk5m8m

sandratersandra.blogspot.com

HoonSmart.com>>”ประเดช” เครื่องติด นักประชุมบอร์ด WEH อังคารนี้ เร่งปลดล็อคเงื่อนไขแบงก์เปลี่ยนตัวกรรมการผู้มีอำนาจ, การจ่ายเงินปันผล และแผนธุรกิจ มองเข้าตลาดหุ้นใช้เวลา รอคดีจบ พิสูจน์เจ้าของหุ้นตัวจริง “โกลด์เด้น มิวสิค”  และจ่ายเงินเจ้าของเดิม

“ประเดช กิตติอิสรานนท์” นักลงทุนและผู้ถือหุ้น บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (WEH) เปิดเผย www.HoonSmart.com ภายหลังได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้มีอำนาจใน WEH ว่า บริษัท ฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มกรรมการและเปลี่ยนแปลงกรรมการ ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 10 ก.ย.  ที่ผ่านมาหลังจากประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเสร็จ มองเข้าตลาดหุ้นใช้เวลา รอคดีจบ พิสูจน์เจ้าของหุ้นตัวจริง “โกลด์เด้น มิวสิค ”

ภายหลังนายประเดช ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจแล้ว จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งแรก วันอังคารที่ 15 ก.ย.นี้  เพื่อหารือเรื่องสำคัญเร่งด่วน คือ การเข้าไปคุยกับสถาบันการเงินสัปดาห์เดียวกัน เพื่อรายงานการเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจ  คิดว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากปัจจุบันโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 5 โครงการ ที่ขอสินเชื่อแบงก์ ดำเนินการเสร็จและจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว การบริหารงานไม่ยุ่งยาก การเปลี่ยนแปลงตัวกรรมการผู้มีอำนาจ  จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน

นอกจากนี้ เรื่องเร่งด่วนที่ต้องหารือคือ การเคลียร์คดีต่าง ๆ ของบริษัทและของผู้บริหาร เพื่อลดคดีความต่าง ๆ  ไม่เป็นอุปสรรคกับการเข้าตลาดหุ้น , การจัดระบบงานให้เรียบร้อย , ลดค่าใช้จ่าย ซึ่งตั้งเป้าปี 2564 ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยปีละ 200 ล้านบาท

รวมทั้งเร่งปลดล็อคเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอื่นๆ  คาดว่าไม่เกิน 2 เดือนนี้ จะนำเงินที่เหลือราว 200 ล้านบาท คืนเงินกู้สถาบันการเงิน เพื่อให้วินด์ ฯ สามารถจ่ายเงินปันผลได้

“ ผมอยู่ไม่นาน แค่ระยะสั้น ๆ  เพื่อล้างบาง ให้การบริหารงานในวินด์ ฯ โปร่งใส ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จากเดิมปีละ 600 ล้านบาท  มั่นใจใช้เวลาไม่เกิน 5-6 เดือน นับจากนี้ จัดวางระบบการบริหารจัดการให้เข้าที่ จากนั้นก็จะหาผู้บริหารมืออาชีพ เข้ามา ที่ผมต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เพราะ ต้องการควบคุมการบริหาร , และค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ส่วนการลงทุนโปรเจคใหม่ ๆ รอให้การจัดการภายในบ้านเรียบร้อย มีเงิน การลงทุนใหม่ ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก”

นายประเดช กล่าวถึงการเข้าตลาดหุ้นว่า ต้องใช้เวลา จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า ใครคือ เจ้าของโกลด์เด้น มิวสิค ตัวจริง ซึ่งถือหุ้น WEH สัดส่วน 40 %  และการเคลียร์ค่าหุ้นให้กับนายนพพร ศุภพิพัฒน์ เจ้าของหุ้นเดิม

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 13, 2020 at 12:38PM
https://ift.tt/3mjCbTl

"ประเดช" นัดประชุมบอร์ด WEH อังคารนี้ ปลดล็อคเงื่อนไขแบงก์-ปันผล - https://ift.tt/2Sk5m8m
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

เกษตรกรเฮเงื่อนไขปรับโครงสร้างหนี้สมาชิก กฟก. เร่งเข้า ครม. ต.ค.63 - ผู้จัดการออนไลน์

sandratersandra.blogspot.com


วันศุกร์ที่ 11 ก.ย.63 เวลา 11.30 น. ณ วัดช้าง จ.อ่างทอง เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายธนา ชีรวินิจ มอบหมายให้นายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ ผอ.สกร. พร้อมด้วยผู้แทน ธ.ก.ส. และ กฟก. เดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรของพระราชา เพื่อแจ้งผลความคืบหน้าของการจัดการหนี้ กฟก. ว่าที่ประชุมมีมติจะนำเสนอ ครม.ภายในเดือน ต.ค.63 นี้

นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า จากการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรของพระราชา ณ วัดช้าง จ.อ่างทอง นายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ ผอ.สกร. พร้อมด้วยผู้แทน ธ.ก.ส. และ กฟก. เดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรของพระราชา เพื่อแจ้งผลความคืบหน้าของการจัดการหนี้ กฟก. ว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รองประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรมีบัญชาให้ประชุมหารือร่วมกันระหว่าง ธ.ก.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 โดยมอบหมายให้นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ประธานการหารือ เพื่อกำหนดเงื่อนไขการชำระหนี้และชดเชยส่วนสูญเสียให้แก่สถาบันเจ้าหนี้ ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิก กฟก.ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบเงื่อนไขการชำระหนี้และการชดเชยส่วนสูญเสีย ดังนี้ เกษตรกรสมาชิกรับผิดชอบเงินต้นร้อยละ 50 โดย กฟก.ชำระหนี้แทน หรือให้เกษตรกรทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ ธ.ก.ส. ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 15 ปี โดยภาครัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยส่วนสูญเสียให้ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย เงินต้นเหลือร้อยละ 50 และดอกเบี้ยร้อยละ 50 ส่วนดอกเบี้ยที่เหลืออีกร้อยละ 50 ยกให้เกษตรกร โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิก กฟก. ที่ขึ้นทะเบียนหนี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย.63 และเป็นหนี้ NPL ณ วันที่ 31 ธ.ค.63 ซึ่ง กฟก.ได้ส่งรายงานผลการประชุมหารือเพื่อให้ ธ.ก.ส. ยืนยันเงื่อนไขการชำระหนี้และการชดเชยส่วนสูญเสีย สำหรับใช้ประกอบการนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป

การแจ้งผลการหารือดังกล่าวสมาชิกกลุ่มเกษตรกรพระราชา จำนวน 230 คน มีความพอใจเป็นอย่างมาก และตัวแทนกลุ่มได้ฝากขอบคุณท่าน รมว.เกษตรฯ โดยเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงบ่ายวันนี้


Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 12, 2020 at 07:30PM
https://ift.tt/35xoTwk

เกษตรกรเฮเงื่อนไขปรับโครงสร้างหนี้สมาชิก กฟก. เร่งเข้า ครม. ต.ค.63 - ผู้จัดการออนไลน์
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Saturday, September 12, 2020

เปิด 3 เงื่อนไขชี้ชะตา'แก้รธน.' ฉลุยหรือเหลว - หนังสือพิมพ์แนวหน้า

sandratersandra.blogspot.com

วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2563, 12.44 น.

ไม่ได้ตามนี้คงยาก! ‘จุรินทร์’ ชี้จะแก้รธน.ฉลุยต้องมี 3 เงื่อนไขประกอบกัน หนุนทำประชามติถามประชาชนเอาด้วยหรือไม่

13 กันยายน 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เดินทางไปเปิดที่ทำการสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขตหนองจอก กทม. พร้อมเปิดการฝึกอบรมแกนนำเครือข่ายประจำเขตเลือกตั้ง

นายจุรินทร์ กล่าวระหว่างการปราศรัยกับสมาชิกพรรคตอนหนึ่งถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ว่า หลายฝ่ายมีความเห็นว่ารัฐธรรมนูญควรได้รับการแก้ไขไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แม้จะมีความเห็นต่างในเรื่องของเนื้อหาและรูปแบบการแก้ไขว่าจะตั้ง ส.ส.ร. หรือแก้รายประเด็นก็ตาม ซึ่งตนเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ต้องมี 3 เงื่อนไขประกอบกัน นั่นคือ 1.ต้องใช้เวทีสภาแสวงหาความเห็นร่วมกันให้ได้เพราะถ้าขาดเสียงฝ่ายค้าน 20% หรือขาดเสียงวุฒิสภา 1 ใน 3 การแก้ รธน.ก็สำเร็จตามมาตรา 256 ไม่ได้

ทั้งนี้ ตนจึงเสนอว่าให้วิปของพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช เร่งไปหารือกับวิปรัฐบาล เพื่อประสานงานกับวิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา เพื่อหาความสอดคล้องต้องกันว่ามีประเด็นใดที่เห็นตรงกันบ้าง อะไรที่เห็นต่าง อะไรที่จะปรับหันหน้าเข้าหากันได้ เพื่อหาทางให้แก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อไปได้ เกิดผลสัมฤทธิ์จริง เพราะความเห็นพ้องในรัฐสภาเป็นเรื่องจำเป็น ไม่เช่นนั้นก็แก้ไม่ได้

2.การแก้รัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ประชาชนต้องเห็นพ้องด้วย เพราะเขาเป็นเจ้าของประเทศ และเมื่อผ่านรัฐสภาแล้วต้องเอาไปทำประชามติ ถามประชาชน ถ้าประชามติไม่ผ่านก็แก้ไม่ได้

3.ทุกฝ่ายต้องจริงใจ ต้องตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าประเด็นการแก้ไขธรรมนูญ ต้องไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นประเด็นที่ต้องจับมือร่วมใจกัน หวังให้เกิดการแก้ไขได้จริงเท่านั้น

“ถ้าไม่ครบ 3 เงื่อนไขนี้ก็ยากที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสำเร็จได้ สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ต้องการเห็นการแก้รัฐธรรมนูญบังเกิดผลสำเร็จได้จริง โดยจะใช้กลไกวิปของพรรคและวิปรัฐบาลในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเป็นตัวขับเคลื่อน” นายจุรินทร์ กล่าว

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 13, 2020 at 12:44PM
https://ift.tt/3hkZc4s

เปิด 3 เงื่อนไขชี้ชะตา'แก้รธน.' ฉลุยหรือเหลว - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Friday, September 11, 2020

เกษตรกรเฮ!! เงื่อนไขปรับโครงสร้างหนี้สมาชิก กฟก. ดันเข้า ครม. ตุลาคมนี้ - สยามรัฐ

sandratersandra.blogspot.com

ที่จ.อ่างทอง นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้นายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ ผอ.สกร. พร้อมด้วย ผู้แทน ธ.ก.ส. และ กฟก. เดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรของพระราชา เพื่อแจ้งผลความคืบหน้าของการจัดการหนี้ กฟก.ว่า ที่ประชุมมีมติจะนำเสนอ ครม.ภายในเดือน ต.ค.63 นี้

ด้านนายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า จากการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรของพระราชา ณ วัดช้าง จ.อ่างทอง นายสุธัญญ์ ฤทธิขาบ ผอ.สกร. พร้อมด้วย ผู้แทน ธกส. และ กฟก. เดินทางไปพบกับกลุ่มเกษตรกรของพระราชา เพื่อแจ้งผลความคืบหน้าของการจัดการหนี้ กฟก. ว่า ตามที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ (นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มีบัญชาให้ประชุมหารือร่วมกันระหว่าง ธ.ก.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 10 ก.ย.63 โดยมอบหมายให้นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรมว.เกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ประธานการหารือ เพื่อกำหนดเงื่อนไขการชำระหนี้และชดเชยส่วนสูญเสียให้กับสถาบันเจ้าหนี้ ตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิก กฟก.ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบเงื่อนไขการชำระหนี้และการชดเชยส่วนสูญเสีย 

ดังนี้ เกษตรกรสมาชิกรับผิดชอบเงินต้นร้อยละ  50 โดย กฟก.ชำระหนี้แทน หรือให้เกษตรกรทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับ ธ.ก.ส. ระยะเวลาการผ่อนชำระไม่เกิน 15 ปี  โดยภาครัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยส่วนสูญเสียให้ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย เงินต้นเหลือร้อยละ 50 และดอกเบี้ยร้อยละ 50 ส่วนดอกเบี้ยที่เหลืออีกร้อยละ 50 ยกให้เกษตรกร โดยกลุ่มเป้าหมายเป็นสมาชิก กฟก. ที่ขึ้นทะเบียนหนี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 63 และเป็นหนี้ NPL ณ วันที่ 31 ธ.ค. 63 ซึ่ง กฟก.ได้ส่งรายงานผลการประชุมหารือเพื่อ ให้ ธ.ก.ส. ยืนยันเงื่อนไขการชำระหนี้และการชดเชยส่วนสูญเสีย สำหรับใช้ประกอบการนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป การแจ้งผลการหารือดังกล่าวสมาชิกกลุ่มเกษตรกรพระราชาจำนวน 230 คน มีความพอใจเป็นอย่างมาก และตัวแทนกลุ่มได้ฝากขอบคุณ ท่าน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 12, 2020 at 11:58AM
https://ift.tt/2FqTHUK

เกษตรกรเฮ!! เงื่อนไขปรับโครงสร้างหนี้สมาชิก กฟก. ดันเข้า ครม. ตุลาคมนี้ - สยามรัฐ
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog

Thursday, September 10, 2020

เปิดเงื่อนไขสินเชื่อเสริมพลังฐานรากให้กู้ 5 หมื่นผ่านออมสิน ไม่ต้องมีคนค้ำ - ไทยรัฐ

sandratersandra.blogspot.com

เปิดเงื่อนไข "สินเชื่อเสริมพลังฐานราก" เปิดให้ประชาชนทั่วไปกู้เงินได้สูงสุด  5 หมื่นบาท ปรับเกณฑ์ไม่ต้องมีคนค้ำ

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า หลังจากครม.มีมติเห็นชอบปรับปรุงการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท

โดยยังมีวงเงินสินเชื่อคงเหลืออยู่จำนวน 18,988 ล้านบาท จึงให้ปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือแก่ประชาชนให้เป็นไปอย่างทั่วถึง และครอบคลุมประชาชนผู้ประกอบการอาชีพทุกกลุ่ม เห็นควรให้ปรับปรุงโครงการด้วยการจัดสรรวงเงิน 10,000 ล้านบาท จากวงเงินที่เหลืออยู่ นำมาปล่อยกู้ผ่าน สินเชื่อเสริมพลังฐานราก โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึง 30 ธ.ค. 63 

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เงื่อนไข" - Google News
September 11, 2020 at 11:21AM
https://ift.tt/2DSBuyW

เปิดเงื่อนไขสินเชื่อเสริมพลังฐานรากให้กู้ 5 หมื่นผ่านออมสิน ไม่ต้องมีคนค้ำ - ไทยรัฐ
"เงื่อนไข" - Google News
https://ift.tt/2XGwUcI
Home To Blog